Dr. Chana
  THE COMMENTARY ON RUTH
  



THE COMMENTARY ON RUTH



Lecturer
Dr. Seung H Chung, Th.D.







The Presbyterian Theological Seminary, Thailand
Wyclif University & Theological Seminary, CA USA
INTRODUCTION OF RUTH

I. ชื่อหนังสือ และ ตำเหน่งหนังสือในพระคัมภีร์
1.1 ชื่อหนังสือ
LXX -
Vulgate -
1.2 ตำเหน่งหนังสือในพระคัมภีร์



II. ผู้เขียน และ ปีที่เขียนหนังสือ
2.1 ผู้เขียน
2.2 ปีที่เขียนหนังสือ


III. เนื้อหา และ เป้าหมาย
3.1 เนื้อหา


3.2 เป้าหมาย


IV. ลักษณะพิเศษ










COMMENTARY OF RUTH
I. รูธถึงที่เบธเลเฮ็ม 1:
A. ความโศกเศร้าของนามี 1:1-5
B. รักษาความบริสุทธิ์ของนางรูธ1:6-18
C. นางรูธถึงที่เบธเลเฮ็ม 1:19-22
II. การพบโบอาสของนางรูธ 2:
A. นางรูธเก็บรวงข้าว 2:1-7
B. การพบโบอาสของนางรูธ 2:8-18
C. การ2:17-23
III. นางรูธแลปรนนิบัติคุณแม่ของนางรูธ 3:
A. การแนะนำของนาโอมี 3:1-5
B. การขอแต่งงานของนางรูธ 3:6-13
C. การรายงานของนางรูธ 3:14-18

IV. การแต่งงานของนางรูธกับโบอาส 4:
A. การไถ่สิทธิ์ของโบอาส 4:1-12
B. การแต่งงานของนางรูธกับโบอาส 4:13-17
C. เชื้อสายของดาวิด 4:18-22
นางรูธ 1
ครอบครัวเอลีเมเลคไปที่โมอับ
1 ในสมัยที่พวกผู้วินิจฉัยครอบครองอยู่นั้น เกิดกันดารอาหารขึ้นในแผ่นดิน มีชายคนหนึ่งเป็นชาวเมืองเบธเลเฮมในยูดาห์ ไปอาศัยอยู่ในดินแดนโมอับพร้อมกับภรรยาและบุตรชายสองคน

2 ชายคนนั้นชื่อเอลีเมเลค ภรรยาชื่อนาโอมี บุตรสองคนชื่อมาห์โลนและคิลิโอน เป็นชาวเอฟราธาห์จากเมืองเบธเลเฮมในยูดาห์ พวกเขาเดินทางเข้าไปในดินแดนโมอับและอาศัยอยู่ที่นั่น

3 แต่เอลีเมเลค สามีของนางนาโอมีตาย ทิ้งนางไว้กับบุตรชายทั้งสอง

4 บุตรชายสองคนนี้ แต่งงานกับหญิงชาวโมอับ คนหนึ่งชื่อว่าโอรปาห์ และอีกคนหนึ่งชื่อรูธ เขาทั้งหลายอยู่ที่นั่นประมาณสิบปี

5 แล้วมาห์โลนและคิลิโอนก็ตาย เหลือแต่นาโอมีที่ต้องอยู่อย่างไม่มีสามีและบุตรชายทั้งสอง

นาโอมีกับบุตรสะใภ้ชาวโมอับสองคน
6 แล้วนางพร้อมกับบุตรสะใภ้ทั้งสอง ก็ลุกขึ้นเดินทางกลับจากดินแดนโมอับ เพราะว่าเมื่ออยู่ที่โมอับนั้น นางได้ยินว่า พระยาห์เวห์ได้ทรงเยี่ยมเยียนชนชาติของพระองค์ และประทานอาหารแก่เขาทั้งหลาย

7 นางจึงออกจากที่ซึ่งนางอยู่ พร้อมกับบุตรสะใภ้ทั้งสอง เดินตามทางกลับไปยังแผ่นดินยูดาห์

8 แต่นาโอมีกล่าวแก่บุตรสะใภ้ทั้งสองว่า “ไปเถอะ ขอให้ต่างคนต่างกลับไปบ้านแม่ของตน ขอพระยาห์เวห์ทรงสำแดงความรักมั่นคงต่อเจ้า ดังที่เจ้าได้ทำต่อผู้ตายและต่อแม่

9 ขอพระยาห์เวห์ทรงให้เจ้าพบที่พักพิง ในบ้านของสามีคนใหม่” แล้วนาโอมีก็จูบพวกนาง ต่างก็ร้องไห้เสียงดัง

10 พวกนางจึงพูดกับแม่สามีว่า “อย่าเลย เราจะกลับไปกับแม่ ไปยังชนชาติของแม่”

11 แต่นาโอมีตอบว่า “กลับไปเถอะ ลูกเอ๋ย จะไปกับแม่ทำไมเล่า? แม่ยังจะมีบุตรชายในครรภ์ให้เป็นสามีของเจ้าหรือ?

12 กลับไปเถอะ ลูกเอ๋ย กลับไป เพราะแม่แก่เกินกว่าจะมีสามีแล้ว หากแม่ว่าแม่ยังมีความหวังว่า แม่จะมีสามีคืนนี้ได้และมีบุตรชายหลายคน

13 แล้วพวกเจ้าจะรออยู่จนบุตรชายเหล่านั้นโตได้หรือ? เจ้าจะอดใจไม่แต่งงานก่อนได้หรือ? อย่าเลย ลูกเอ๋ย ชีวิตแม่ขมขื่นกว่าชีวิตของพวกเจ้า ที่พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ทรงทำกับแม่ถึงเพียงนี้”

14 แล้วต่างก็ร้องไห้เสียงดังอีก โอรปาห์ก็จูบลาแม่สามี แต่รูธยังเกาะแม่สามีอยู่
15 นาโอมีจึงว่า “ดูซิ พี่สะใภ้ของเจ้ากลับไปหาชนชาติ และหาพระของเขาแล้ว จงตามพี่สะใภ้ของเจ้ากลับไปเถอะ”

16 แต่รูธตอบว่า “ขอแม่อย่าวิงวอนให้ลูกจากแม่หรือเลิกตามแม่กลับไปเลย เพราะแม่จะไปไหนลูกจะไปด้วย และแม่จะอาศัยอยู่ที่ไหนลูกก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ชนชาติของแม่จะเป็นชนชาติของลูก และพระเจ้าของแม่ก็จะเป็นพระเจ้าของลูก

17 แม่ตายที่ไหนลูกจะตายที่นั่น และจะขอให้ฝังลูกไว้ที่นั่นด้วย ขอพระยาห์เวห์ทรงลงโทษลูก และทรงเพิ่มโทษนั้น ถ้ามีอะไรมาพรากลูกจากแม่นอกจากความตาย”

18 เมื่อนาโอมีเห็นว่ารูธตั้งใจไปด้วยจริงๆ นางก็ไม่พูดอะไรอีก


19 ดังนั้นทั้งสองจึงเดินทางต่อไปจนถึงเมืองเบธเลเฮม เมื่อมาถึงเบธเลเฮมแล้ว ชาวเมืองก็พากันประหลาดใจเพราะนางทั้งสอง พวกผู้หญิงพูดขึ้นว่า “นี่น่ะหรือนาโอมี?”

20 นาโอมีตอบเขาว่า “ขออย่าเรียกฉันว่านาโอมีเลย ขอเรียกฉันว่า มาราเถอะ เพราะว่าองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ทรงทำให้ชีวิตฉันขมขื่นยิ่งนัก

21 เมื่อฉันจากเมืองนี้ไป ฉันมีทุกอย่างครบบริบูรณ์ พระยาห์เวห์ทรงพาฉันกลับมาตัวเปล่า จะเรียกฉันว่านาโอมีทำไมเล่า? ในเมื่อพระยาห์เวห์ทรงให้ฉันทุกข์ใจ และองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงให้ฉันต้องประสบเหตุร้ายเช่นนี้

22 ดังนั้นนาโอมีพร้อมกับรูธบุตรสะใภ้ชาวโมอับก็กลับมาจากดินแดนโมอับ และเขาทั้งสองมายังเมืองเบธเลเฮมในต้นฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์


นางรูธ 2
รูธพบโบอาส
1 ฝ่ายนาโอมีนั้นมีญาติข้างสามีคนหนึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงและมั่งมี ตระกูลเดียวกับเอลีเมเลค ชื่อโบอาส

2 และรูธชาวโมอับพูดกับนาโอมีว่า “ขอให้ลูกไปที่ทุ่งนาเพื่อเก็บรวงข้าวตก ตามแต่ใครจะมีใจกรุณา” นาโอมีตอบนางว่า “ลูกเอ๋ย จงไปเถิด”

3 เธอก็ออกเดินตามหลังคนเกี่ยวเพื่อคอยเก็บข้าวตก เผอิญเข้าไปในนาของโบอาส ซึ่งเป็นคนตระกูลเดียวกับเอลีเมเลค

4 ในเวลานั้นเอง โบอาสมาจากเบธเลเฮม พูดกับพวกคนเกี่ยวข้าวว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอยู่ด้วยกับพวกท่านเถิด” พวกเขาตอบว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่านเถิด”

5 โบอาสจึงถามคนใช้ผู้คอยควบคุมคนเกี่ยวข้าวนั้นว่า “หญิงสาวคนนี้เป็นคนของใคร?”

6 คนใช้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมคนเกี่ยวข้าวจึงตอบว่า “เธอเป็นหญิงชาวโมอับ กลับมาจากดินแดนโมอับพร้อมกับนาโอมี

7 นางพูดว่า ‘ขอให้ดิฉันเก็บและรวบรวมข้าวที่ตกจากฟ่อนข้าวตามหลังพวกคนเกี่ยวข้าวเถอะค่ะ’ นางก็มาเก็บข้าวตกตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ เพิ่งได้พักหน่อยที่บ้าน”

8 แล้วโบอาสจึงพูดกับรูธว่า “ลูกเอ๋ย ขอฟังหน่อย อย่าไปเก็บข้าวตกที่นาอื่น หรือทิ้งนานี้ไป จงอยู่ใกล้ๆ พวกสาวใช้ของฉัน

9 ให้ดูทุ่งนาที่พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ แล้วก็จงติดตามเขาไป ฉันได้สั่งพวกหนุ่มๆ ไม่ให้แตะต้องตัวเจ้า เมื่อเจ้ากระหายน้ำก็ให้ไปที่หม้อน้ำ ดื่มน้ำซึ่งคนหนุ่มๆ ตักไว้”

10 รูธก็ก้มตัวลงซบหน้าลงถึงดินและพูดว่า “ทำไมดิฉันจึงได้รับความโปรดปรานจากท่าน? ที่ท่านเอาใจใส่ดิฉัน ทั้งๆ ที่ดิฉันเป็นเพียงคนต่างด้าว”

11 แต่โบอาสตอบนางว่า “ทุกอย่างที่เจ้าได้ปฏิบัติต่อแม่สามีของเจ้า ตั้งแต่สามีของเจ้าสิ้นชีวิตแล้วนั้น มีคนมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว เจ้ายอมจากบิดามารดาและบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้า มาอยู่กับชนชาติที่เจ้าไม่รู้จักมาก่อน

12 ขอพระยาห์เวห์ทรงตอบแทนการกระทำของเจ้า และขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาพึ่งพระบารมีของพระองค์นั้น ประทานบำเหน็จบริบูรณ์แก่เจ้า”

13 รูธจึงตอบว่า “ดิฉันได้รับความโปรดปรานจากเจ้านายของดิฉันแล้ว เพราะท่านได้ปลอบใจดิฉัน และพูดคำที่เมตตาต่อสาวใช้ของท่าน ทั้งๆ ที่ดิฉันเองก็ไม่ได้เป็นสาวใช้คนหนึ่งของท่าน”
14 พอถึงเวลารับประทานอาหาร โบอาสก็บอกนางว่า “มานี่เถอะ มารับประทานขนมปังบ้าง และเอาขนมปังมาจิ้มน้ำส้มเถิด” นางจึงนั่งลงข้างๆ พวกคนเกี่ยวข้าว โบอาสส่งข้าวคั่วให้ และนางก็รับประทานจนอิ่ม และยังมีเหลือบ้าง

15 เมื่อนางลุกขึ้นไปเก็บข้าวตก โบอาสก็สั่งพวกชายหนุ่มของท่านว่า “จงให้นางเก็บข้าวตกระหว่างฟ่อนข้าวเถอะ อย่าได้ตำหนินางเลย

16 จงพยายามดึงข้าวออกจากฟ่อนทิ้งไว้ให้นางเก็บบ้าง อย่าว่านางเลย”

17 นางก็เที่ยวเก็บข้าวที่ตกในนาจนถึงเวลาเย็น แล้วก็ฟาดข้าวที่เก็บมาได้นั้น ได้ข้าวบาร์เลย์ประมาณ 10 กิโลกรัม

18 นางยกข้าวนั้นขึ้นและเข้าไปในเมือง แม่สามีเห็นข้าวที่นางได้เก็บมานั้น และนางเอาอาหารที่เหลือเมื่อนางรับประทานอิ่มแล้วนั้นให้แม่สามีด้วย

19 แม่สามีจึงกล่าวแก่นางว่า “วันนี้เจ้าไปเก็บข้าวตกที่ไหนมา? เจ้าไปทำงานที่ไหน? ขอให้ชายที่เอาใจใส่เจ้าได้รับพระพรเถิด” นางจึงบอกแก่แม่สามีว่า นางไปทำงานกับใคร นางว่า “ชายเจ้าของนาที่ลูกไปทำงานวันนี้ชื่อโบอาส”

20 นาโอมีจึงพูดกับบุตรสะใภ้ว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรเขาเถิด ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่ขาดจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือผู้ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว” นาโอมีกล่าวแก่นางด้วยว่า “ชายคนนั้นเป็นญาติของเรา เขาเป็นญาติสนิทคนหนึ่งของเรา”

21 รูธชาวโมอับกล่าวว่า “นอกจากนั้นเขายังพูดกับลูกว่า ‘เจ้าจงตามพวกคนงานของฉันไปใกล้ๆ จนกว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้าวของฉันเสร็จทั้งหมด’ ”

22 นาโอมีพูดกับรูธบุตรสะใภ้ว่า “ดีแล้ว ลูกเอ๋ย ที่เจ้าจะไปทำงานกับพวกสาวใช้ของเขา เกรงว่าถ้าเจ้าไปในนาอื่นจะถูกเขารังแก”

23 ดังนั้นนางจึงอยู่ใกล้ๆ พวกสาวใช้ของโบอาส เพื่อเก็บข้าวตกจนสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลี และนางอยู่กับแม่สามี


นางรูธ 3
นางรูธและโบอาสที่ลานนวดข้าว
1 นาโอมีแม่สามีพูดกับนางว่า “ลูกเอ๋ย แม่ควรจะหาที่พักพิงให้เจ้า เพื่อเจ้าจะได้มีความสุขไม่ใช่หรือ?

2 โบอาสผู้ที่เจ้าไปกับพวกสาวใช้ของเขานั้น เป็นญาติของเราไม่ใช่หรือ? ดูซิ คืนนี้เขาจะฝัดข้าวบาร์เลย์ที่ลานนวดข้าว

3 จงอาบน้ำ ทาน้ำมันหอม สวมเครื่องแต่งกายแล้วลงไปที่ลานนวดข้าว แต่อย่าให้เขารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นั่นจนกว่าเขาจะรับประทานและดื่มเสร็จแล้ว

4 เขานอนที่ไหนจงสังเกตไว้ให้ดี แล้วจงไปเปิดผ้าคลุมเท้าขึ้นและจงนอนที่นั่น ต่อไปเขาจะบอกเจ้าเองว่า เจ้าต้องทำอะไร”

5 นางตอบว่า “ลูกจะทำตามที่แม่บอกทุกอย่าง”

6 ดังนั้นนางจึงลงไปยังลานนวดข้าว และทำตามที่แม่สามีสั่งทุกอย่าง

7 เมื่อโบอาสรับประทานและดื่มจนสุขใจแล้ว ท่านก็ไปนอนอยู่ที่ปลายกองข้าว แล้วนางก็ย่องเข้ามา เปิดผ้าคลุมเท้าของท่านขึ้น และนอนลง

8 พอถึงเที่ยงคืน โบอาสก็ตกใจตื่นพลิกตัว ดูสิ มีผู้หญิงนอนอยู่ที่เท้าของท่าน

9 ท่านจึงถามว่า “เจ้าเป็นใคร?” นางตอบว่า “ดิฉันคือรูธคนใช้ของท่านค่ะ ขอให้ท่านกางชายเสื้อคลุมของท่านห่มสาวใช้ของท่านด้วย เพราะท่านเป็นญาติสนิท”

10 ท่านจึงว่า “ลูกเอ๋ย ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรเจ้า ความภักดีของเจ้าครั้งหลังนี้ก็ดีกว่าครั้งก่อน เพราะว่าเจ้าไม่ได้ไปหาคนหนุ่ม ไม่ว่าจนหรือมั่งมี

11 ลูกเอ๋ย อย่ากลัวเลย ฉันจะทำตามทุกสิ่งที่เจ้าบอก เพราะว่าคนทั้งเมืองของฉันก็ทราบดีอยู่ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงที่ดี

12 และก็เป็นความจริงด้วยที่ฉันเป็นญาติสนิท แต่ยังมีญาติสนิทอีกคนที่อยู่ในลำดับก่อนฉัน

13 คืนนี้เจ้าจงค้างที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เช้า ถ้าเขาจะทำหน้าที่ญาติสนิทเพื่อเจ้าก็ดีแล้ว ให้เขาทำเถอะ ถ้าเขาไม่ยินดีที่จะทำหน้าที่ญาติสนิทเพื่อเจ้า พระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ฉันเองจะทำหน้าที่ญาติสนิทเพื่อเจ้าแน่ฉันนั้น จงนอนลงเถิดจนกว่าจะรุ่งเช้า”
14 ดังนั้นนางจึงนอนอยู่ข้างๆ เท้าของท่านจนรุ่งเช้า แต่นางลุกขึ้นก่อนคนจะจำหน้ากันได้ เพราะท่านบอกว่า “อย่าให้ใครทราบว่ามีผู้หญิงมาที่ลานนวดข้าว”

15 ท่านพูดว่า “จงเปิดเสื้อคลุมที่เจ้าใช้อยู่นั้นถือไว้” นางก็ถือเสื้อคลุมไว้ ท่านก็ตวงข้าวบาร์เลย์ประมาณ 20 กิโลกรัมให้นางแบก แล้วท่านก็เข้าไปในเมือง

16 เมื่อนางมาถึง แม่สามีจึงถามว่า “ลูกเอ๋ย เป็นอย่างไรบ้าง?” แล้วนางก็เล่าทุกอย่างที่ท่านได้ทำต่อนางให้แม่สามีฟัง

17 และจบลงว่า “ท่านให้ข้าวบาร์เลย์ประมาณ 20 กิโลกรัมนี้แก่ลูก ท่านว่า ‘เจ้าอย่ากลับไปหาแม่สามีมือเปล่าเลย’ ”

18 แม่สามีจึงว่า “ลูกเอ๋ย จงคอยอยู่ก่อน จนกว่าจะทราบว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร เพราะว่าเขาจะไม่นิ่งเฉย จนกว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จในวันนี้”


นางรูธ 4
โบอาสแต่งงานกับนางรูธ
1 โบอาสไปที่ประตูเมืองและนั่งอยู่ที่นั่น ดูสิ ญาติสนิทซึ่งโบอาสกล่าวถึงเดินผ่านมา โบอาสจึงกล่าวว่า “เพื่อนเอ๋ย แวะนั่งที่นี่ก่อน” เขาก็แวะมานั่งลง

2 ท่านจึงไปนำพวกผู้ใหญ่ในเมืองนั้นมาสิบคนกล่าวว่า “เชิญนั่งที่นี่เถิด” พวกเขาก็นั่งลง

3 ท่านจึงพูดกับญาติสนิทคนนั้นว่า “นาซึ่งเป็นส่วนของเอลีเมเลคญาติของเรานั้น นาโอมีผู้กลับมาจากดินแดนโมอับอยากขายเสีย

4 ข้าพเจ้าเองคิดว่า ข้าพเจ้าจะเปิดเผยให้ท่านทราบ และขอบอกว่าจงซื้อไว้ ต่อหน้าคนที่นั่งอยู่ที่นี่และต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ของชาวเมืองเรา ถ้าท่านจะไถ่ไว้ก็จงไถ่เถอะ ถ้าท่านไม่ไถ่จงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้ทราบ นอกจากท่านแล้วไม่มีใครมีสิทธิ์ไถ่ได้ ข้าพเจ้าเองมีสิทธิ์ถัดท่านไป” ผู้นั้นจึงบอกโบอาสว่า “ข้าพเจ้าจะไถ่เอง”


5 แล้วโบอาสบอกว่า “ในวันที่ท่านซื้อที่นาจากมือนาโอมีนั้น ท่านก็จะได้รูธชาวโมอับ แม่ม่ายของผู้ตายด้วย เพื่อนามของผู้ตายจะได้สืบต่อไปบนมรดกของเขา”

6 ญาติสนิทคนนั้นตอบว่า “ข้าพเจ้าจะไถ่เพื่อตนเองอย่างนั้นไม่ได้ จะทำให้มรดกข้าพเจ้าเสียไป ท่านจงเอาสิทธิในการไถ่ของข้าพเจ้าไปไถ่เองเถอะ เพราะข้าพเจ้าไถ่ไม่ได้แล้ว”
7 ต่อไปนี้เป็นธรรมเนียม ในอิสราเอลสมัยก่อน เกี่ยวกับการไถ่และการแลกเปลี่ยน คือเพื่อยืนยันข้อตกลงทุกเรื่อง คนหนึ่งจะถอดรองเท้าข้างหนึ่งของเขาเองมอบให้อีกคนหนึ่ง นี่เป็นการแสดงพยานหลักฐานในอิสราเอล

8 ดังนั้นเมื่อญาติสนิทคนนั้นกล่าวแก่โบอาสว่า “ท่านจงซื้อเองเถิด” เขาก็ถอดรองเท้าข้างหนึ่งของเขาออก

9 แล้วโบอาสจึงกล่าวแก่พวกผู้ใหญ่และประชาชนทั้งปวงว่า “ท่านทั้งหลายเป็นพยานในวันนี้ว่า ข้าพเจ้าได้ซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของเอลีเมเลค และทรัพย์สินทั้งหมดของคิลิโอนและมาห์โลนจากมือนาโอมีแล้ว

10 ทั้งรูธชาวโมอับแม่ม่ายของมาห์โลน ข้าพเจ้าก็จะได้มาเป็นภรรยาของข้าพเจ้า เพื่อจะดำรงนามของผู้ตายไว้บนมรดกของเขาสืบต่อไป เพื่อนามของผู้ตายจะไม่ถูกตัดออกจากพวกพี่น้องของเขา และจากบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ท่านทั้งหลายเป็นพยานแล้วในวันนี้”

11 ประชาชนทั้งปวงที่อยู่ที่ประตูเมืองและพวกผู้ใหญ่กล่าวว่า “เราเป็นพยานแล้ว ขอพระยาห์เวห์ทรงทำให้หญิงนั้นที่กำลังจะเข้ามาในบ้านของท่าน เหมือนนางราเชลและนางเลอาห์ หญิงทั้งสองซึ่งช่วยกันสร้างวงศ์ตระกูลอิสราเอล ขอให้ท่านเจริญในเอฟราธาห์และมีชื่อเสียงในเบธเลเฮม

12 ขอให้พงศ์พันธุ์ของท่านเหมือนพงศ์พันธุ์ของเปเรศ ซึ่งทามาร์คลอดให้แก่ยูดาห์ เนื่องด้วยบุตรหลานซึ่งพระยาห์เวห์จะประทานแก่ท่านโดยหญิงผู้นี้”

13 ดังนั้นโบอาสก็รับรูธมาเป็นภรรยาของท่าน และท่านก็เข้าหานาง และพระยาห์เวห์ทรงให้นางตั้งครรภ์คลอดบุตรชายคนหนึ่ง

14 ฝ่ายพวกผู้หญิงก็พูดกับนาโอมีว่า “สาธุการแด่พระยาห์เวห์ ผู้ไม่ได้ทรงทิ้งเจ้าไว้ให้ปราศจากญาติสนิทในเวลานี้ ขอให้เด็กนี้มีชื่อเสียงในอิสราเอล

15 ให้เด็กนี้ฟื้นฟูชีวิตของเจ้าและเลี้ยงดูเจ้าเมื่อชรา เพราะว่าเด็กคนนี้เกิดมาจากบุตรสะใภ้ที่รักเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าบุตรชายเจ็ดคน”

16 แล้วนาโอมีก็รับเด็กนั้นมาอุ้มไว้แนบอก และรับเป็นผู้ดูแลเด็กนั้น

17 พวกผู้หญิงเพื่อนบ้านก็ให้ชื่อเด็กนั้น พูดว่า “มีบุตรชายคนหนึ่งเกิดให้แก่นาโอมี” เขาตั้งชื่อเด็กนั้นว่า โอเบด ผู้เป็นบิดาของเจสซี ซึ่งเป็นบิดาของดาวิด

18 ต่อไปนี้เป็นพงศ์พันธุ์ของเปเรศ เปเรศเป็นบิดาของเฮสโรน
19 เฮสโรนเป็นบิดาของราม รามเป็นบิดาของอัมมีนาดับ

20 อัมมีนาดับเป็นบิดาของนาโชน นาโชนเป็นบิดาของสัลโมน

21 สัลโมนเป็นบิดาของโบอาส โบอาสเป็นบิดาของโอเบด

22 โอเบดเป็นบิดาของเจสซี และเจสซีเป็นบิดาของดาวิด


Bibliography of Ruth
Cannon, W.W., The Book of Ruth.
Grimmelsman, H.J., The Book of Ruth.
Keil, G.H., Joshua, Judges and Ruth.
Keil, E.F., & Delitzsch, F., Commentary on Old Testament.
Lange, J.P., The Commentary on Old Testament.
Thatcher, G.W., Judges and Ruth.
Park, Y.S., Commentary on Ruth.

Albright, W.F., Israelite Conquest of Canaan.
Blaikie, W.G., Expositor’s Bible.
Bright, J., Myers, J.M., Smith, L.P., Interpreter’s Bible.
Calvin, John, Commentary on the Old Testament.
Cook, G.A., Cambridge Bible.
Dods, Marcus, A., Exposition of the Bible.
Eissfeld, O., Die Quellen des Richterbuches.
Haller, M., Handbuch zum Alten Testament.
Hengstenberg, E.W., Commentary on Old Testament.
Keil, E.F., & Delitzsch, F., Commentary on Old Testament.
Lange, J.P., The Commentary on Old Testament.
Lias, J.J., Hervey, A.C., Morison, J., Pulpit Commentary.
Moore, G.F., International Critical Commentary.
Robinson, W.H., Ceontry Bible.
Rudolph, W., Kommentar zum Alten Testament.
2018-08-01 19:04:44


   

관리자로그인~~ 전체 264개 - 현재 1/18 쪽
264
Dr. Chana
2018-10-09
7
263
Dr. Chana
2018-10-08
10
262
Dr. Chana
2018-09-30
16
261
Dr. Chana
2018-09-25
9
260
Dr. Chana
2018-09-15
19
259
Dr. Chana
2018-08-29
24
258
Dr. Isarakul
2018-08-27
64
257
Dr. Chana
2018-08-25
21
256
Dr. Chana
2018-08-25
10
255
Dr. Chana
2018-08-25
13
Dr. Chana
2018-08-01
17
253
Dr. Chana
2018-07-21
25
252
Dr. Chana
2018-07-21
38
251
Dr. Montri
2018-07-08
76
250
정승회
2018-06-27
19

[맨처음] .. [이전] 1 [2] [3] [4] [5] [6] [7] [다음] .. [마지막]